PHP infoBoard v.5 PERFECT
kanmuang.org
 
"จักรภพ"ขู่สื่อรัฐ ห้ามนำเสนอข่าวปฏิวัติ

[ ผู้ดูแล : admin - 11/05/2008 - 01:32 ] Admin
แฟนคลับ : นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางกองเชียร์รุ่นใหญ่ ระหว่างไปบรรยาย หัวข้อ"บทบาทสื่อกับความเป็นกลางในยุคสังคมแตกแยก(ความคิด)" ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม

"จักรภพ"ขู่สื่อรัฐ
ห้ามนำเสนอข่าวปฏิวัติ
พุ่งเป้า"กรมกร๊วก"
ฝ่าฝืนโดนสอบวินัย

เมื่อเที่ยงวันที่ 10 พฤษภาคม ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมมีการสัมมนาหัวข้อ "บทบาทสื่อกับความเป็นกลางในยุคสังคมแตกแยก(ความคิด)"โดยมีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) กลุ่มคนรักทักษิณ กลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่วมงานเต็มห้องประชุมประมาณ 500 คน

งานดังกล่าวมีการจำหน่ายหนังสือสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรหนังสือรวบรวมบทความของนายประดาบ จากเว็บไฮทักษิณ เสื้อยืดสีขาวที่มีข้อความว่า "ต้านสื่อเลว กำจัดสื่อชั่ว" รวมทั้งเสื้อยืดสีแดงกสีรนข้อความสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมกับนำเสื้อฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ของปลอมจำหน่ายในราคา 200 บาทซึ่งได้สกรีนชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสโมสร

จักรภพมาเองกองเชียร์เพียบ

ทั้งนี้เมื่อนายจักรภพ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากบรรดากองเชียร์ที่รุมให้กำลังใจ และตะโกน "ต้านสื่อเลว กำจัดสื่อชั่ว" เสียงดัง นอกจากนี้ในระหว่างการให้สัมภาษณ์นายจักรภพเพิ่มเติม บรรดากองเชียร์ยังตามเฝ้าสังเกตการณ์และกล่าวตำหนิการทำงานของสื่อตลอดเวลา และมีบางส่วนได้นำธนบัตรมาให้นายจักรภพเซ็นชื่อ แต่ถูกปฏิเสธเพราะไม่อยากตกเป็นประเด็นโจมต

นายจักรภพ กล่าวเปิดงานสัมมนาว่า นักศึกษาทีจัดงานนี้ต้องการเห็นสื่อมวลชนที่มีความเป็นกลาง จิตใจเมตตาและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่ตอกลิ่มความแตกแยกในสังคมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งสำหรับตนนั้นมีส่วนเพียงเล็กน้อย หลังจากที่สนามหลวงได้ส่งให้ตนมาทำหน้าที่ในปัจจุบันนี้ ก็ขอให้ทราบว่าสัญญาทั้งหลายนั้นไม่มีวันลืมหรอก เป็นเพียงยุทธวิธีที่ที่จะทำก่อนทำหลัง ในเมื่อที่ผ่านมา ลับ ลวง พราง กันมาก ก็เจออย่างเดียวกันก็แล้วกัน อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนมีบทบาทในการสร้างและในทางทำลายได้แค่ไหน ถ้าไม่ตั้งบนฐานของประชาธิปไตยแล้วสื่อมวลชนที่รับใช้ระบอบอื่นใดนั้น สำหรับตนแล้วก็ไม่ใช่สื่อมวลชนอีกต่อไปเหมือนกัน

แจงงานหมักสั่งคุมสื่อรัฐ

นายจักรภพ กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาในหัวข้อดังกล่าวดังกล่าวว่า ตนมีส่วนร่วมในฐานะที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีท่านมอบหมายให้ดูแลงานสื่อภาครัฐ ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในความเป็นรัฐมนตรีของตนย่อมรายงานให้นายกทราบ โดยตนดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีสถานีโทรทัศน์สำคัญ 1 คลื่นสถานี คือ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 เดิม ที่ปัจจุบันตนได้มุ่งหน้าปรับให้เป็นสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นอกจากนั้นยังมีวิทยุอีกหลายคลื่น สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ฉะนั้นสิ่งแรกที่ตนต้องทำในกรมประชาสัมพันธ์ก็คือมองหาว่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการทำลายประชาธิปไตยอยู่ตรงไหนบ้าง ก็จัดการตรงนั้นก่อน ส่วนข้าราชการและพนักงาน ลูกจ้างในกรมตนขอยืนยันว่าเป็นคนดี มืออาชีพ รักในการทำงานเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ห้ามกรมกร๊วกหนุนรัฐประหาร

"แต่ฐานะกำกับดูแลผมเองจำเป็นในเชิงอุดมการณ์ที่ต้องให้นโยบายไปอย่างหนึ่งที่ต้องเรียนให้ทราบและเป็นสักขีพยานด้วย คือในสัปดาห์หน้ากรมประชาสัมพันธ์จะมีการปรับระเบียบกฎเกณฑ์ภายในของกรมอย่างหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของกรมฯที่มีการปรับกฎตรงนี้ นั่นคือว่าข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกรมฯ ที่มีโอกาสได้ออกสื่อทั้งหน้าจอและหลังจอ ไม่ว่าจะเป็นใครทั้งหมด ระเบียบใหม่จะออกมาอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนการรัฐประหารไม่ได้ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"นายจักรภพ กล่าว

นายจักรภพ กล่าวว่า การที่สื่อภาครัฐเชียร์ทั้งทางตรงทางอ้อมให้เกิดการรัฐประหารนั้นถือว่ามีความผิดทางวินัย ซึ่งความเห็นเราไม่ตรงกันได้แต่จะเลยไกลไปถึงเชียร์ให้ทำลายประชาธิปไตยไม่ได้ นั่นคือการข้ามเส้น เพราะฉะนั้นตนจึงต้องขีดเส้นนั้นไว้เป็นยังไงก็เป็นกัน อย่างไรก็ตามหากการถกเถียงทางสังคมก็ไม่โกรธ ก็เถียงไปเลย ก็จะได้เห็นหน้ากันว่าใครจะเป็นคนออกมายืนยันว่าสื่อมวลชนนั้นสนับสนุนการยึดอำนาจได้ตนอยากจะเห็นหน้าจริงๆ เพราะฉะนั้นไม่มีที่สำหรับสื่อมวลชนที่สนับสนุนการทำรัฐประหาร อย่างน้อยในเครือข่ายของภาครัฐ ส่วนสื่อเอกชนนั้นตนไม่ก้าวล่วงและไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วง แต่เป็นวิจารณญาณและจิตสำนึกของแต่ละท่านแต่ละคนที่จะทำกัน

"โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ ที่เอกชนอยู่แล้วเรื่องนี้ต้องให้สังคมเป็นคนกำกับดูแล ไม่ใช่รัฐบาลกำกับดูแล ก็ฝากให้พี่น้องช่วยดูกันต่อด้วยในเรื่องนี้"นายจักรภพ กล่าว

นายจักรภพ กล่าวว่า การที่ต้องมาพูดว่าสื่อเอกชนหรือสื่อของรัฐนั้นเพราะสื่อแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.สื่อที่รัฐเป็นเจ้าของมีอำนาจตามกฎหมายที่จะควบคุม 2.สื่อมวลชนเอกชนที่รัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ ถ้าเข้ายุ่งเกี่ยวก็จะเป็นจะเป็นการแทรกแซงเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่ในสื่อภาครัฐถึงแม้จะมีสิทธิเสรีภาพในคราวที่จะแสดงความรู้สึกนึกคิดส่วนบุคคล แต่ตนในฐานะที่กำกับดูแลต้องขอยืนยันว่าสื่อภาครัฐไม่มีสิทธิที่จะตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกทางสังคม วิธีการก็คือถ้าเสนอปัญหาต้องเสนอทางออก ถ้ามองในแง่ของการจับผิดต้องบอกด้วยว่าในทางที่เหมาะสมนั้นรัฐบาลหรือใครก็ตามที่เขาวิพากษ์วิจารณ์นั้นเขาทำอย่างไร

การเมืองเครียดให้ช่วยรักษาปชต.

รมต.สำนักนายก กล่าวอีกว่า ในขณะนี้บรรยากาศของบ้านเมืองเราเราก็เครียดกันมา เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็เน้นย้ำในประเด็นของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันทุกคนไม่ได้ขีดเส้นไว้เลยว่า ถ้าหากเราไม่รักษาระบอบประชาธิปไตยไว้แล้ว ไม่มีทางที่บ้านของเราจะสงบสุขอย่างแท้จริงได้ ไม่มีใครมีอำนาจขนาดนั้นยกเว้นประชาชนเท่านั้น

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้นตนจึงอยากกราบเรียนต่อที่ประชุมและคณาจารย์ด้านนิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์ กราบเรียนต่อสื่อมวลชนในอนาคตและปัจจุบันว่า เราทุกคนเห็นความสำคัญของท่าน เรารู้ว่าสื่อมวลชนเป็นบุคคลที่ขาดเสียมิได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกันสื่อมวลชนเองก็กรุณายอมรับความจริงด้วยว่าท่านเองนั้นมิได้อยู่เหนือการกำกับทางสังคมเหมือนกัน เราอยู่ร่วมกันเท่ากัน เราอยู่เท่าเทียมเสมอภาคและเราก็เตือนกันและกัน

ติงบางสื่อหยาบคาย

"ถามว่าสื่อมวลชนเตือนรัฐบาลได้ ไหม ก็เตือนมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาจนวันนี้ก็ยังเตือนอยู่ เพราะฉะนั้นเสรีภาพด้านสื่อไม่ต้องพูดถึง มีรัฐบาลที่ไหนบ้างยกเว้นรัฐบาลประชาธิปไตยยอมให้สื่อมวลมาพูดเรื่องที่ไม่ดีกันตั้งแต่เช้าจรดดึก ใช้ถ้อยคำหยาบคาย มีที่ไหน ยกเว้นประชาธิปไตยเท่านั้น ที่ทนอยู่นี่ก็ไม่ใช่ว่าเห็นด้วย แต่เพราะว่าเราเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยจะมาใช้วิธีการเผด็จการไม่ได้"นายจักรภพ กล่าว

นายจักรภพ กล่าวว่า ถามว่าจะแก้ไขอย่างไรถ้าไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่อยากใช้วิธีเผด็จการ เพื่อให้สื่อของเรานั้นมีการปฏิรูปขึ้นเฉพาะในส่วนที่มีปัญหา ส่วนที่ดีแล้วก็แล้วกันไปไม่ต้องไปข้องแวะ ส่วนที่มีปัญหาตนขอเสนอวิธีแก้ไขและให้ลงมือทำกันแล้วพอสมควรนั่นก็คือเราจะต้องเปิดพื้นที่สื่อให้กับคนรุ่นใหม่ที่รักประชาธิปไตยเข้าสู่วงการสื่อมากขึ้น ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงชนกลุ่มน้อยอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ขู่กรมกร๊วกทำผิดวินัย

นายจักรภพ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ว่า สื่อของรัฐจะสนับสนุนการเกิดรัฐประหารไม่ได้ หากมีการสนับสนุนรัฐประหารถือเป็นการทำผิดวินัยราชการ นั้นคือเรียกร้องให้ล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและล้มล้างรัฐธรรมนูญประชาชน ซึ่งถือว่ามีความผิดอยู่แล้วแต่เราไม่เคยหยิบจุดนี้มาเป็นจุดเด่น ดังนั้น เราจะเดินหน้าสร้างความถูกต้องให้กับบ้านเมือง หากใครคิดว่าสื่อควรจะเชียร์ให้ยึดอำนาจได้ ขอให้แสดงเหตุผลออกมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า วิธีการทำข่าวจะทำอย่างไร นายจักรภพ กล่าวว่า ไม่มีอะไร ก็สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอย่างที่ควรทำท่านั้น เมื่อถามว่า กรอบคือต้องนำเสนอข่าวที่ไม่เกี่ยวกับการรัฐประหาร นายจักรภพ กล่าวว่า ไม่มีเนื้อหาสาระที่เชียร์หรือกระตุ้นให้เกิดความคิดว่าบ้านเมืองให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยอาวุธหรือด้วยกำลังทหาร ถือว่าเป็นการเรียกร้องให้เกิดการรัฐประหารตรงนี้ถือว่าไม่สามารถยอมรับได้

เมื่อถามว่าจะทำให้สื่อในกำกับของรัฐไม่กล้าเสนอข่าวหรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า ไม่ สื่อของรัฐสามารถที่จะทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่มีปัญหา ความจริงมันชัดเจนอยู่แล้วว่า เลี้ยวไปเชียร์รัฐประหารไม่ได้แค่นั้นเอง อย่างอื่นเป็นสิทธิเสรีภาพไปยุ่งไม่ได้ สิทธิเสรีภาพของสื่อรัฐก็มีอยู่ไม่ใช่ไม่มี เพียงแต่ว่าการที่ก้าวไปสู่ทำลายบ้านของตัวเอง จุดไฟเผาบ้านของตัวเองทำลายรัฐธรรมนูญและรัฐประหารทำไม่ได้

 

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์แนวหน้า




 
  No Image ผู้โพส : admin
สถานะ : ผู้ดูแล

Reply : [ admin ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
11/05/2008 - 01:32

Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0402-1 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


  เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : "จักรภพ"ขู่สื่อรัฐ ห้ามนำเสนอข่าวปฏิวัติ หัวข้อรวม