PHP infoBoard v.5 PERFECT
kanmuang.org
 
'กัญจนา'การันตี 'ศิลปอาชา' ไม่มีสูญพันธุ์

[ ผู้ดูแล : admin - 7/05/2008 - 18:00 ] Admin
สัมภาษณ์พิเศษโดย ชนิกานต์ กาญจนสาลี"...พรรคการเมืองมันไม่ใช่สมบัติของใคร คนใด คนหนึ่ง ครอบครัวใด ครอบครัวหนึ่ง พรรคจะมีสมาชิกพรรคนับล้านๆ คน ทุกคนถือว่าเป็นหุ้นส่วนของพรรคแล้วก็ประชาชนที่เลือก เขามีส่วนที่รู้สึกว่าผูกพันกับพรรค อยู่ๆ จะยุบพรรคได้ง่ายๆ มัน




ในนาทีหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "พรรคชาติไทย" ถูกเพ่งเล็งในฐานะเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลสำคัญที่ได้รับผลโดยตรงต่อการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237 ที่บัญญัติเกี่ยวกับการยุบพรรคและการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งกรณีของพรรคชาติไทยกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเร็วๆ นี้

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นไปตาม "ร่างแก้ไข" ที่พรรคพลังประชาชนออกแบบพิมพ์เขียวไว้ ปัญหา "ยุบพรรค" ก็จะหายไปทันที หากมีการนำบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาตัดแปะ

แต่ปมประเด็นบทเฉพาะกาล มาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญ 2550 กลับกลายเป็นประเด็นที่ยังถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

โดยเฉพาะในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคชาติไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จึงเป็นคำถามข้อใหญ่ที่หลายคนอยากรู้ว่าสิ่งอึดอัดใจของคน "ศิลปอาชา" ทั้งเรื่อง "ใบสั่ง" และ "อนาคต" พรรคชาติไทย หากต้องประสบกับคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญจริง

"มติชน" มีโอกาสได้นั่งคุยกับ "กัญจนา ศิลปอาชา" รองหัวหน้าพรรคชาติไทย และในฐานะบุตรสาวผู้ใกล้ชิดของ "บรรหาร ศิลปอาชา" หัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งคำพูดทุกคำจึงเปรียบเสมือนจุดยืนของพรรคและจุดยืนของพ่อไปในตัว

@ จุดยืนของพรรคชาติไทยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่กำลังส่อเค้าว่าจะเกิดความวุ่นวายอย่างหนักในสังคม

พรรคเห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญ 2550 สมควรได้รับการแก้ไข และขอย้อนถึงจุดเริ่มต้นของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามาจากกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าไรนัก แม้รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นฉบับแรกที่ผ่านการทำประชามติ แต่ตอนนั้นบางคนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าการทำประชามติก็เพียงเพื่อเหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ให้เกิดความชอบธรรมเท่านั้น เพราะจะเห็นได้ว่าคะแนนประชามติที่รับก้ำกึ่งไม่ขาดกัน แล้วส่วนหนึ่งของคะแนนที่เห็นด้วย ต้องยอมรับว่าบางคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เสียทีเดียว เพียงแต่ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปได้ ก็ยอมรับเพื่อให้เกิดกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อให้ประเทศกลับไปเป็นประชาธิปไตยเท่านั้นเอง แต่เขาอาจจะไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญก็ได้ นี่คือที่มาของรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งพรรคชาติไทยเห็นด้วยตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้สมควรได้รับการแก้ไข

@ การแก้รัฐธรรมนูญเหมือนขายเหล้าพ่วงเบียร์ จากการเสนอแก้มาตรา 237 จะได้มาตรา 309 ด้วย ล่าสุดคือแก้ทั้งฉบับแล้วประเทศชาติจะเดินไปอย่างไร

จริงๆ แล้ว เรื่องมาตรา 309 พรรคชาติไทยไม่เคยพูดเลย และน่าจะเป็นประเด็นของพรรคพลังประชาชน เพราะฉะนั้นพรรคชาติไทยไม่ได้หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูดเลย แต่พอดีว่าไม่ได้เป็นตัวแทนพรรคไปคุย จึงไม่ทราบเรื่องคำอธิบายเหมือนกัน ก็อ่านตามข่าวเหมือนกันที่คนอื่นวิพากษ์ แต่ส่วนตัวไม่ได้คุย

@ เสียงทวงสัญญาประชาคม 5 ข้อ จากชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน ดังขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องเงื่อนไข 5 ข้อนี้ มันเป็นสิ่งที่พรรคชาติไทยต้องคำนึงอยู่เสมอ เพราะว่าเราได้ประกาศต่อสังคมแล้ว อันนี้เป็นเงื่อนไขของการเข้าร่วมรัฐบาล เป็นสิ่งที่ตระหนักอยู่เสมอและไม่ทำอะไรไปจากสิ่งที่เคยพูดไว้

@ แต่ก็มีเสียงขู่กลับมาว่ายังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือเปล่า

อ๋อ ไม่ได้ขู่หรอกค่ะ ทุกพรรคก็มีจุดยืนของตัวเอง ถ้าขืนเราไม่ทำ คนก็จะมองว่าอย่างนี้พูดอะไรก็สักแต่ว่าพูดเชื่อถือไม่ได้ ก็ไม่ใช่

@ เกมนี้มีคนบอกว่าต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวไปจับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่กับพรรคประชาธิปัตย์

(ตอบทันที) แล้วตั้งได้ไหม ก็ยังไม่ได้อยู่ดี

@ เรื่องคดีการยุบพรรคเพื่อหวังบีบให้ยกโขยงไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ไหม

คือในความเห็นส่วนตัวนะ เราก็มีศักดิ์ศรี ในเมื่อตัดสินใจแล้ว จะเอาเรื่องการยุบพรรคมาบีบให้ต้องย้าย ดิฉันก็ไม่เอา และคงไม่เป็นอย่างนั้น ในเมื่อเลือกที่จะเดินทางนี้แล้ว เลือกที่จะถูกยุบก็ถูกยุบไป



@ และถ้าถูกยุบแน่ๆ เกมที่รอดคือการยุบสภา

อันนี้ก็ไม่กล้ามองไกลถึงตอนนั้น แต่ถึงยุบสภา แต่ถ้ามีการยุบพรรคก่อนการยุบสภานายบรรหาร ก็หมดสิทธิลงเลือกตั้งอยู่ดี แต่ถ้ายุบสภาก่อนยุบพรรค ก็อีกกรณีหนึ่ง

@ แล้วหากพรรคร่วมรัฐบาลจะร่วมมือกันบีบให้พรรคแกนนำยุบสภาได้ไหม

อันนี้คงเป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชน เราก็เป็นแค่พรรคเล็กๆ ไปคิดตรงนี้ไม่ได้ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีเป็นเรี่องของแกนนำ

@ ถ้ามาตรา 309 กลายเป็นงูที่ขว้างไม่พ้นคอ จะทำให้สถานการณ์การเมืองก็ยิ่งร้อนแรงมากขึ้น

ถึงได้บอกไงว่าประเด็นมาตรา 309 พรรคชาติไทยไม่เคยหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะฉะนั้น คงต้องพูดคุยกันก่อน พูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ไม่ดัดจริตเลยเราเน้นมาตรา 237 คุยกันได้ในประเด็นนี้เท่านั้น ต้องว่ากันเป็นประเด็นๆ ไป อย่างอื่นก็ต้องมานั่งคุยกันก่อน

@ อย่างนี้จะเท่ากับว่าแลกหมูไปไก่มา ระหว่างมาตรา 237 กับมาตรา 309

คือมาตรา 237 เนี่ย เราเชื่อว่าเราไม่ได้ต้องการฝ่ายเดียวนะ คนที่เป็นนักการเมือง ก็เห็นตรงกัน เรื่องรัฐธรรมนูญไม่น่าจะเป็นเรื่องหมูไปไก่มานะ มันต้องเป็นอะไรที่เห็นพ้องต้องกัน

@ แต่มาตรา 309 ถือเป็นประเด็นร้อน อย่างเรื่องลดวาระการทำงานขององค์กรอิสระ อาทิ กกต. เหลือ 180 วัน และการลดวาระคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. ถือเป็นปมร้อนที่ไม่สามารถลดราวาศอกได้เลย

ถึงได้บอกว่าเรื่องนี้ยังไม่ตกลง ต้องตั้งต้นคุยกันก่อนว่าพรรคชาติไทยไม่เห็นด้วยในร่างของพรรคพลังประชาชนให้มา

@ จะว่าไปแล้วแก้ไขมาตรา 237 พรรคชาติไทยอยู่ในข่ายได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้เต็มๆ เพราะไม่ต้องถูกยุบพรรค

ต้องแยกกันให้ชัดเจนก่อนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้เป็นกระบวนการที่พรรคไม่คิดว่าจะมีผลดีไปถึงพรรคเพราะว่ากระบวนการขั้นตอนของเรื่องการดำเนินการให้มีเรื่องการยุบพรรคนั้นก็ดำเนินไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญคงไม่ช่วยตรงนี้ได้ พรรคไม่ได้หวังตรงนั้น ขอให้แยกออกจากกันได้เลย อย่าคิดว่าพรรคจะมีประโยชน์อะไรตรงนี้ เพราะว่าถ้าจะถูกยุบก็คือถูกยุบ มันไม่ทันกาลหรอก แต่ที่เห็นว่าต้องแก้มาตรา 237 ก็เห็นมาตั้งแต่ต้น เพราะตระหนักว่ามาตรานี้มันค่อนข้างจะไม่เป็นธรรมกับการที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรคปล่อยปละละเลยให้ผู้สมัครของพรรคไปกระทำการผิดกฎหมาย หรือว่าตัวกรรมการบริหารพรรคไปทำเองแล้วไปโยงถึงพรรคที่ว่าต้องไปรู้เรื่องด้วยมีการยุบพรรคเลย เป็นอะไรที่รับไม่ได้ แรงเกินไป อย่างที่บอกว่าช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมากรรมการบริหารพรรคมีมาก อย่างชาติไทยมี 50-60 คน ตอนนั้นกฎหมายเรื่องนี้ยังไม่มีออกมา เราไม่สามารถจะคุมได้หมด ตอนนั้นซึ่งก็ยังไม่ได้พูดในประเด็นที่ว่ามีการทำผิดจริงหรือไม่ด้วย

(น้ำเสียงหนักแน่น) ขอย้ำว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรตอนนี้เพราะว่าอย่างไรก็ไม่ทันกาล เพียงแต่ว่าอยากให้ใช้สำหรับภายภาคหน้า พรรคการเมืองมันไม่ใช่สมบัติของใคร คนใด คนหนึ่ง ครอบครัวใด ครอบครัวหนึ่ง พรรคจะมีสมาชิกพรรคนับล้านๆ คน ทุกคนถือว่าเป็นหุ้นส่วนของพรรคแล้วก็ประชาชนที่เลือก เขามีส่วนที่รู้สึกว่าผูกพันกับพรรค อยู่ๆ จะยุบพรรคได้ง่ายๆ มันไม่ถูกต้อง

@ ที่บอกว่าพรรคไม่ใช่สมบัติของใครของตระกูลใดนั้นเพราะถูกวิจารณ์ว่าพรรคชาติไทยเป็นพรรคศิลปอาชาและหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค ตระกูลศิลปอาชา ก็จะหายหรือสูญพันธุ์ไปจากวงการเมืองไทย

ก็คงไม่หาย เราก็มีคนนามสกุลศิลปอาชาที่มีสิทธิจะลงการเมืองได้อีกนะคะ คงไม่หาย พูดตามความเป็นจริง เรื่องนี้แม้จะยังไม่เกิดขึ้น เราก็เตรียมการไว้บางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ขอขยายความดีกว่า เพราะเรื่องยุบพรรคยังมาไม่ถึง ยืนยันว่าตระกูลศิลปอาชา ไม่หายไปจากการเมืองไทยหรอก

@ ถ้าพรรคชาติไทยถูกยุบไปจริงๆ คีย์แมนของพรรค ตั้งแต่หัวหน้าพรรค ส.ส.ระดับหัวกะทิของพรรคที่ จ.สุพรรณบุรี จะหายไปหมด

สิ่งที่พ่อทำหรือเราทุกคนทำในขณะนี้คือทำใจ เอาทุกอย่างวางไว้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพียงแต่เราทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด อย่างการไปชี้แจง กกต.ก็ทำดีที่สุดแล้ว เราจะต้องไปชี้แจงที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ดีที่สุด เมื่อทำดีที่สุดแล้ว ออกมาอย่างไร ก็ต้องทำใจ



@ วิบากกรรมตรงนี้ เคยพูดคุยปรับทุกข์กันในครอบครัวบ้างไหม

ไม่เคยคุยกันถึงว่าภายหน้า ยังไม่เคยคุยกันขนาดนั้น

@ ทราบว่านายบรรหาร เครียดและกังวลกับเรื่องนี้จนนอนไม่หลับ

อ๋อ คงไม่ใช่ค่ะ (ยิ้มๆ) ต้องเข้าใจว่าพ่อก็ชอบพูดเล่น โดยที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะว่าก็เห็นหลับทุกที พ่อบอกว่าทำใจ พ่อพูดเองในพรรคว่าไม่ได้หนักใจเรื่องการยุบพรรค อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด และให้เตรียมเรื่องกฎหมาย และข้อต่อสู้เอาไว้ ท่านไม่ได้หนักใจเรื่องยุบพรรค

@ ดูจากรายชื่อและแนวความคิดทางกฎหมายของรายชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว มองแนวโน้มเรื่องคำตัดสินคดีเป็นอย่างไร

พอคดีขึ้นถึงขั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มันก็ต้องเริ่มกระบวนการสอบสวนใหม่ตั้งแต่ต้น เราก็คงต้องเชื่อเรื่องความเป็นธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนญทั้ง 9 ท่าน อย่าเพิ่งไปปริวิตก หรือวิตกจริตกันมาก อะไรจะเกิดก็เกิด

@ ก่อนหน้านี้ทั้งหัวหน้าพรรค และคุณกัญจนาเอง เคยพูดว่ามีกระบวนการที่จะยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย

อ๋อ ใช่ ดิฉันยังยืนยันในสิ่งที่เคยพูดตอนนั้นว่าได้ยินมาเรื่องใบสั่ง ก็ยังยืนยันคำนั้น ให้พูดวันนี้ก็ยืนยันว่ามีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่ามีใบสั่งมาจริง ถ้าถามว่าทำไมถึงมั่นใจในข้อมูลนั้น ดิฉันไม่ขอพูดดีกว่า เอาเป็นว่าดิฉันเป็นคนไม่ค่อยออกมาพูดอะไรมากนัก ไม่ใช่คนพูดอะไรพล่อยๆ หรือเลื่อนลอย แต่ถ้าพูดแสดงว่ามั่นใจมาก ฉะนั้นขอให้มั่นใจในคำพูดได้

@ แล้วกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะตรงไปตรงมา หรือมีใบสั่งเข้ามาแทรกแซงไหม

อันนี้ก็ต้องเชื่อในศาลไว้ก่อน ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องเชื่อในศาลท่าน ไม่รู้จะทำอย่างไร (พูดด้วยน้ำเสียงท้อๆ)

@ การเมืองไทยขณะนี้ คิดว่ายังมี "อะไร" ที่ใหญ่กว่าใบสั่งไหม

(เงียบนิ่ง ..ถอนหายใจ) คือจริงๆ ถ้าคนเรามีความหนักแน่น ในวิจารณญาณของตนเอง ซื่อสัตย์กับความคิดของตนเอง ใบสั่งใดๆ ก็ไม่น่าจะมีผล มันอยู่ที่คนจะทำให้คนจะทำให้ใบสั่งมีความหมาย หรือไม่มีความหมาย ถ้าเราเป็นตัวของตัวเอง มีคุณธรรมอยู่ในตัวเอง ใบสั่งก็สั่งมา แต่เราก็ไม่ทำตามนั้น มันก็ไม่มีค่าเอง เพราะฉะนั้นพี่ว่าคุณธรรมจริยธรรม การยึดมั่นในตัวเอง ของแต่ละบุคคล ของคนที่มีตำแหน่งสูงๆ ในการชี้เป็นชี้ตาย ให้กับใครได้ ความสำคัญที่สุดอยู่ตรงนั้น ใครจะมาสั่งอะไรก็ไม่มีผล ถ้าเราเป็นตัวของตัวเองชัดเจน

@ แล้วมีหนทางไหมที่จะทำให้ใบสั่ง ไม่สร้างปัญหากับระบบการเมืองไทย

(ถอนหายใจ) คือ...เมืองไทย บางครั้งมันยังมีระบบที่เราเรียกว่า ระบบอุปถัมภ์ ระบบฟังผู้ใหญ่ ระบบคนของคนโน้น คนนี้อยู่ มันยังมีลักษณะเอื้อซึ่งกันและกันอยู่ ตรงนี้เราก็พูดยาก

@ เคยคิดไหมว่าชะตากรรมของพรรคชาติไทยจะมามีจุดจบแบบนี้

ไม่เคยคิด เพราะว่าพรรคชาติไทย อยู่มาถึง 30 กว่าปีแล้วก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอเรื่องอย่างนี้ จริงๆ แล้วในชีวิตของพ่อ ก็เจออะไรมามาก ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก วิกฤตการณ์ต่างๆ ในชีวิตพ่อก็เจอมาเยอะ อันนี้ก็เป็นเหมือนตะเข็บก้อนโต อีกตะเข็บหนึ่ง มันอาจจะมาจากปมเล็กๆ แต่ก็เป็นตะเข็บอันยิ่งใหญ่ที่เราก็ต้องผ่านมันไปจนได้ ไม่ว่าจะไปทางไหน มันก็คือส่วนหนึ่งในชีวิตเรา ที่ดำเนินไป อย่าไปคิดอะไรมาก คือเมืองไทย อะไรจะเกิดก็เกิดได้ทั้งนั้น

@ กับกระแสเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลที่มี "เงาอำนาจ" ทั้งฝ่ายที่บันดาลให้และฝ่ายที่ขัดขวาง มาถึงวันนี้ก็ยังการต่อสู้ของแรงเงาอำนาจนั้นอยู่

ต้องยอมรับว่าเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าพรรคพลังประชาชนจะโดนจับตามองอย่างมาก แต่กระแสโดยเฉพาะในภาคเหนือและอีสานแรงจริงๆ เขาถึงได้คะแนนมาเยอะทั้งๆ ที่ก็ถูกจับจ้องเข้มก็ยังมาขนาดนี้ อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคชาติไทย ต้องเลือกเดินทางไปร่วมรัฐบาลด้วย ถ้าถามว่ามีการจัดตั้งไว้แล้วหรือเปล่า ว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร คิดว่ามันเป็นเพราะคะแนนที่ออกมาอย่างนี้มากกว่า เดิมคิดว่าหลายฝ่ายไม่คิดว่า พลังประชาชนจะได้คะแนนเยอะมากขนาดนี้ และพรรคขนาดกลางได้น้อยเกินไป ทั้ง เพื่อแผ่นดิน หรือมัชฌิมาฯ แม้แต่ประชาราช หรือชาติไทย ได้ต่ำกว่าเป้าทั้งนั้น ดังนั้นจะมีการตั้งเป้าหมายว่าใครจะเป็นรัฐบาลไว้ก่อน ก็คงพูดลำบาก เพราะว่าทุกคะแนนออกมาอย่างนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พรรคพลังประชาชนจะเป็นแกนนำ

@ ช่วงระหว่างที่จัดตั้งรัฐบาล จำได้ว่าคุณกัญจนาเคยบอกไว้ว่า ถ้าเป็นไปได้อยากจะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์

ใช่ เพราะช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน เราทำงานด้วยกันมา เมื่อมีคนถาม ก็บอกว่าเรายึดมั่นในการจับมือกันอยู่ ถ้าคะแนนไม่ออกมาเป็นอย่างนี้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มาเยอะ เราก็คงไม่มีปัญหาอะไรที่จะเข้าไปร่วม แต่เมื่อคะแนนออกมาอย่างนี้ อย่างที่พูดถ้าชาติไทย เพื่อแผ่นดิน ไม่ไปร่วมก็จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ รวม 3 พรรค ได้ประมาณ 250 กว่าๆ แล้วจะโหวตอะไรก็ลำบาก เพราะว่าคนเป็นรัฐมนตรีก็โหวตไม่ได้อีก จะเป็นรัฐบาลที่บริหารแบบกระท่อนกระแท่นไม่มีเสถียรภาพ แต่การที่เรา 2 พรรคไปร่วมก็ทำให้เสียงหนักแน่นมากขึ้น และประเทศชาติเดินไปได้มากกว่า

@ การก่อตัวขึ้นมาของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่นัดชุมนุมใหญ่ทันทีที่มีการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญสถานการณ์การเมืองน่าเป็นห่วงหรือไม่

ก็น่าจะมีอะไรที่ชัดเจน ภายใน 3-6 เดือนว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด คงจะชัดเจน ไม่ว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ไหม จะมีการยุบสภา หรือจะมีการยุบพรรค อะไรจะเกิดก่อน จะมีความวุ่นวายภายใน 3-6 เดือนคงเห็น แต่ต้องขอออกตัวว่าไม่ใช่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมือง แม้จะอยู่มา 12 ปีกว่า แต่ไม่ได้ลึกซึ้ง

@ มองว่าชาวบ้านเบื่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ไหม เหมือนกับว่ายังหาทางออกไม่เจอกันเลย

เชื่อว่าชาวบ้านเบื่อ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้ก็วุ่นวาย น้ำมันแพง ข้าวของแพง แล้วยังต้องมาสดับตรับฟังข่าวความวุ่นวายทางการเมืองอีก คิดว่าชาวบ้านก็คงอยากให้การเมืองสงบเพื่อทุกคนจะได้เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในส่วนของรัฐบาลก็พยายามทำอยู่ แยกหน้าที่กัน แต่ไม่ใช่ว่าพอทำเศรษฐกิจแล้ว การเมืองจะไม่เดิน มันเดินไปทั้งคู่ การเดินส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของสภาฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาข้าว ปุ๋ย น้ำมัน ข้าวของบริโภค ไม่ได้ไม่สนใจแก้ปากท้อง

@ เชื่อว่ากระแสเรียกร้องความสมานฉันท์แห่งชาติจะกลับมาได้ไหม

อยู่ที่แต่ละคน จะยอมสมานฉันท์อย่างวาจาไพเราะที่ออกมาพูดหรือไม่ หรืออย่างที่คิดอย่างที่พูดไหม บางคนก็ดูพูดดี แต่ว่าข้างหลังก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น ถ้าทำอย่างที่พูดจริงๆ ก็สมานฉันท์ได้

@ แล้วท่าทีของท่านนายกฯสมัคร สุนทรเวช จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ได้ไหม

ท่านนายกฯมีเสน่ห์นะ (ยิ้มๆ) อย่างหนึ่งที่ท่านพูดอย่างที่ท่านคิด ดิฉันคิดว่าคนอย่างนี้ไม่อันตราย เรามองว่าปากหวาน สร้างภาพดี แต่แล้วจริงๆ เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ที่นายกฯเป็นอย่างนี้ก็ดี มีอะไรก็พูดกันตรงๆ ถ้าคนเข้าใจ ธรรมชาติ ก็ไม่น่าจะคิดอะไรมาก

@ ท่านมีหอกมาทิ่มนักข่าว ทิ่มพันธมิตรอยู่ทุกวัน

ก็ต้องดูว่าพันธมิตรทิ่มท่านหรือเปล่า มันก็ทั้งสองฝ่าย เพราะไม่มีใครให้โจมตีอยู่ฝ่ายเดียว ก็รู้ธรรมชาติท่านอยู่แล้วก็ไม่น่าแปลกใจ ก็ถามว่าอีกฝ่าย ไปว่าท่านหรือเปล่า

@ กลัวประเด็นเรื่องการนองเลือดบ้างไหม

ก็กลัวเหมือนกัน แนวที่มันจะเกิดก็มี มีคนที่อยากให้เกิด ก็ยั่วยุกันไปมา คนเราพอในสภาวะหนึ่งมันเหมือนกับปลุกระดมง่ายด้วย ก็กลัวอยู่เหมือนกัน

@ ชนวนเรื่องการดึงสถาบันมาเป็นชนวนความขัดแย้งด้วย จะทำให้เกิดนองเลือดเร็วขึ้นด้วยหรือเปล่า

อันนี้ไม่ดีแน่นอน ทุกคนควรจะหลีกเลี่ยงที่จะแตะต้องสถาบัน

@ ถ้าเหตุการณ์ถึงจุดต้องตัดสินใจ พรรคชาติไทยจะแสดงบทบาทนำเพื่อยุติความขัดแย้งไหม เช่น การถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ไม่อยากพูดถึงจุดนั้น จุดที่ทำให้เราต้องตัดสินใจไปทางใด แต่ในแง่ของการเป็นพรรคการเมือง ต้องมีจุดยืนใดจุดยืนหนึ่ง ให้ตอบเวลานี้คงตอบไม่ได้ ว่าเราควรจะทำอย่างไร ...


 

***ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11013,หน้า11

 




 
  No Image ผู้โพส : admin
สถานะ : ผู้ดูแล

Reply : [ admin ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
7/05/2008 - 18:00

Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0039-1 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


  เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : 'กัญจนา'การันตี 'ศิลปอาชา' ไม่มีสูญพันธุ์ หัวข้อรวม