เปิดใจ5แคนดิเดตเสียบเก้าอี้รมว.พม.
[ ผู้ดูแล : admin - 10/05/2008 - 09:37 ] 
คอลัมน์ สัมภาษณ์พิเศษ
ให้หลังนายสุธา ชันแสง ยื่นใบลาออกจากเก้าอี้รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็มีการพูดถึงคนที่จะมาแทนทันที ในส่วนภาค กทม. ยืนยันเป็นเจ้าของโควตา ถึงวันนี้มีการเปิดชื่อแคนดิเดตแล้วถึง 5 คน
แต่ละคนมีความพร้อม-ไม่พร้อมขนาดไหน ติดตามได้
สุวัฒน์ วรรณศิริกุล
ส.ส.กทม. ประธานคณะทำงานภาคกทม.
ว่าตามหลักการและมารยาท ผู้ที่ลาออกไปเป็นสัดส่วนของภาคกทม. ดังนั้น คนที่จะมาทำหน้าที่แทนก็ควรเลือกจากโควตาของภาคกทม. ซึ่งที่ประชุมกทม. จะหารือกันใน 1-2 วันนี้
หากมีการคัดค้านหรือแกนนำในภาคอื่นๆ ไม่เห็นด้วย ผมก็ต้องชี้แจงให้เข้าใจ ก่อนไปสรุปในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค
กระแสข่าวที่ปรากฏชื่อนายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตส.ส.กทม. จะมาทำหน้าที่แทน นายวิชาญ เป็นคนมีความสามารถ ทำงานดี จึงไม่น่าจะมีปัญหาในการทำหน้าที่บริหารงานต่อ
แต่หากพรรคคัดเลือกจริงก็ต้องปรับเรื่องการสื่อสารและแนวทางการทำงานนิดหน่อย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
ส่วนที่มีชื่อของผม นายสากล ม่วงศิริ นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ขึ้นมาด้วย ผมยืนยันจะไม่เข้าไปแย่งกับใครแน่นอน เพราะอยากอยู่ขางล่างทำหน้าที่ของส.ส.มากกว่า
เบื้องต้นเห็นว่านายวิชาญ ยังมีความเหมาะสมอยู่ แต่ต้องไปคุยกันในที่ประชุมวันอังคารที่ 13 พ.ค.นี้ให้เกิดความชอบธรรม
หากจะเลือกใครก็ต้องดูที่ความชอบธรรมและความเหมาะสมเป็นหลัก ซึ่งจะได้ข้อสรุปในที่ประชุมภาค
เรื่องการคัดเลือกไม่เกี่ยวกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
เชื่อว่าการปรับครม.คงจะเป็นเพียงการปรับเล็กเท่านั้น เนื่องจากบุคลากรที่ทำงานอยู่ในขณะนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร
วิชาญ มีนชัยนันท์
อดีตส.ส.กทม.
ขณะนี้ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็นใด เพื่อให้ผู้ใหญ่ในพรรคได้พิจารณา สำหรับผมเพิ่งทราบรายละเอียดว่านายสุธา ชันแสง ลาออก ดังนั้น ให้ผู้ใหญ่ในพรรค ในภาคกทม. ได้พิจารณาหารือว่าจะคัดเลือกใครมาทำหน้าที่ตรงนี้แทน
ยืนยันว่าเรื่องการพิจารณาคัดเลือก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไม่ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ยอมรับว่าทุกคนให้ความเคารพ และขอคำปรึกษาอยู่บ้าง
สำหรับรายชื่อที่เป็นแคนดิเดตในขณะนี้ ไม่ขอออกความเห็น เพราะขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค แต่หากจะลงตัวที่รายชื่อของผมก็ยินดี และพร้อมทำงานให้
แต่เวลานี้ขอเวลาให้ผู้ใหญ่ในพรรคได้พิจารณากันก่อน
อนุสรณ์ ปั้นทอง
ส.ส.กทม.
ใครจะมาเป็นรัฐมนตรีพม. คนต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน คงต้องประชุมร่วมกันภายในภาคกทม. ก่อน โดยมีนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ส.ส.สัดส่วน เป็นตัวกลางประสานต่อสายไปยังผู้ใหญ่
หากผู้ใหญ่เห็นชอบที่จะเสนอใครรายชื่อแคนดิเดตทั้งหลาย จะตีกลับมายังภาคกทม.เพื่อพิจารณาอีกที
คงไม่ต้องใช้การโหวตเลือกจากส.ส.กทม.ทั้ง 9 คน พูดง่ายๆ อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเคาะชื่อมาให้เราดูอีกที ยืนยันว่ารัฐมนตรีพม.คนใหม่ จะไม่ซ้ำรอยเดิมแน่นอน
เพราะผู้ใหญ่รวมทั้งคณะกรรมการคัดเลือกของพรรค คงต้องดูและตรวจทานอย่างละเอียดเข้มข้นแน่นอน เพราะมีบทเรียนมาแล้ว ทั้งกรณีนายสุธา นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข และนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์
แคนดิเดตที่ปรากฏชื่อตามสื่อ โดยเฉพาะนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ขอเรียนว่าคนที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตมักไม่ได้เป็นรัฐมนตรีเสมอไป
เนื่องจากส.ส.ในภาคกทม.รู้ไส้รู้พุงกันหมด อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ รู้ลักษณะนิสัยกันเป็นอย่างดี แต่ขอย้ำว่าการเป็นคนง่ายๆ และเป็นกันเองกับทุกคนเช่นเดียวกับนายสุธา การได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีก็จะสัมฤทธิ์ ไม่ไกลเกินเอื้อม
ที่เข้าใจกันว่าการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงนี้ แบ่งเป็นคนละครึ่งวาระ หรือ 2 ปีนั้น ไม่ได้แบ่งโควตาอย่างที่เข้าใจกัน
จากที่ผมเคยพูดคุยกับนายสุธา ทราบว่าอยู่ที่ผู้ใหญ่จะเห็นชอบใคร หรือหากมีการปรับครม.ก็จะนำบุคคลอื่นมาแทนที่นายสุธา ก็เท่านั้น ไม่มีการแบ่งวาระ เพราะต่างคนก็ต่างเข้าหาผู้ใหญ่ นายสุธา ก็สายหนึ่ง นายวิชาญ ก็สายหนึ่ง มันคนละสาย
ส่วนที่มีชื่อผมร่วมเป็น 1 ในแคนดิเดต
ผมคงไม่ เพราะผมเด็กไป อายุแค่ 44 ปี ความรู้ก็มีแต่พรรษายังน้อยอยู่
อุดมเดช รัตนเสถียร
ส.ส.นนทบุรี
กระแสข่าวที่นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล เสนอว่าผู้ที่เหมาะสมมีผมและนายวิชาญ ผมยังไม่ทราบ แต่รู้สึกดีใจที่มีคนยังนึกถึง
แต่หากคำนึงถึงการจัดสรรโควตารัฐมนตรีก่อนหน้านี้ จำต้องมีส.ส.กทม. ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงเดิม
การที่นายสุธาลาออก เหมือนกับว่าไม่มีส.ส.กทม. เป็นรัฐมนตรีเลย เพราะนายสุธา เป็นส.ส.กทม.คนเดียวที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ดังนั้นความเห็นส่วนตัว จึงไม่เหมาะสมหากมีการดึงคนนอกเข้ามา โดยเฉพาะผมที่เป็นส.ส.นนทบุรี
เรื่องนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของภาคกทม.ให้เขาจัดการกันไป หากผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ ให้เป็นไปตามสัดส่วนระบบโควตาที่เคยตกลงกันมา
ขณะนี้พรรคพลังประชาชนต้องการความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน ที่สำคัญต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายใน
และหากไม่มีรัฐมนตรีที่มาจากภาคกทม.เลย ส.ส.ที่ได้รับเลือกเข้ามาจะตอบคำถามจากคนในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร
ที่มองว่าผม เคยทำงานเป็นเลขานุการคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมัยเป็นรัฐมนตรีมาก่อนอาจได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ขอเรียนว่าเป็นคนละส่วนกัน การทำงานเป็นเลขาฯ ในสมัยนั้นเป็นเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่เป็นอย่างอื่น
โดยส่วนตัวผมสนับสนุนนายวิชาญ เพราะมีความชอบธรรมในฐานะที่เป็นไปตามระบบโควตาจากภาคกทม. รวมทั้งดูว่าเป็นผู้อาวุโส
เท่าที่รู้จักนายวิชาญ เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน และคงปรับตัวต่อการทำงานได้ไม่ยาก ส่วนผู้ใหญ่จะเห็นอย่างไรคงแล้วแต่ท่าน
แม้ว่ารัฐมนตรีพม.คนต่อไป อาจไม่ใช่นายวิชาญ ก็เชื่อว่าพรรคและผู้ใหญ่คงมีคนในดวงใจและคัดสรรมาเป็นอย่างดี
เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่รัฐมนตรีส่วนใหญ่เกิดปัญหาจากผลบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี"50
สากล ม่วงศิริ
ส.ส.กทม.
แคนดิเดตรัฐมนตรีต้องขอย้ำว่าเป็นโควตาเดิมของภาคกทม. ตามที่ตกลงกันไว้ที่ต้องมีส.ส.กทม.เป็นรัฐมนตรี เพื่อทำงานให้กับพี่น้องประชาชน จะเป็นโควตาจากภาคอื่นหรือส่วนอื่นไม่ได้ ต้องมาจากส.ส. กทม.ทั้ง 9 คนเท่านั้น
ส่วนตัวเห็นว่ามีแคนดิเดตอยู่ 3 คนที่ถือว่าอาวุโสสูงสุด และเป็นส.ส.มาหลายสมัย ได้แก่ ผม นายวิชาญ และนายอนุสรณ์
ส่วนนายสุวัฒน์ ประธานภาคกทม.ที่อาวุโสสูงสุด เข้าใจว่าคุณสมบัติไม่พร้อมเนื่องจากไม่จบวุฒิปริญญาตรี
แคนดิเดต 3 คนที่ว่านั้น ทั้งตำแหน่งรัฐมนตรี และประธานกรรมาธิการ ต้องอยู่ใน 3 คนนี้เท่านั้น ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไร และทุกคนที่ได้รับการเสนอชื่อก็พร้อมอยู่แล้วที่จะรับตำแหน่งนี้ เพื่อจะทำงานให้กับประชาชน จึงไม่น่ามีปัญหา
ภาคกทม.คงพูดคุยและประชุมกันถึงประเด็นดังกล่าวในวันที่ 13 พ.ค.นี้ก่อน จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ภายในพรรคคัดเลือกและพิจารณาอีกที
ยืนยันว่าผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคงไม่มีเหตุการณ์ซ้ำรอยอย่างที่เคยเกิดขึ้น เพราะผู้ใหญ่คงเข้มงวดต่อการคัดเลือกในส่วนนี้เป็นอย่างดี
กระแสข่าวคนนั้นคนนี้เป็นแคนดิเดต ขอร้องว่าอย่ามาให้ข่าวกันอีกเลย เพราะเกรงจะเกิดความแตกแยกภายในพรรค และอาจทำให้ผู้ใหญ่ภายในพรรคสับสน ควรอยู่เงียบๆ เข้าไว้ แม้กระทั่งนายวิชาญเอง ก็ไม่อยากให้สัมภาษณ์ หรืออยากเป็นข่าว ถ้าพูดไปก็มีแต่ประเด็น อาจนำไปสู่ความแตกแยกภายในได้
สำหรับผมพร้อมจะทำหน้าที่ หากผู้ใหญ่ในพรรคเห็นสมควร
หน้า 6
ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสด
|