เปิดมุมมอง'ทวี สอดส่อง' 'อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ' ลั่นฝ่ายการเมืองครอบงำสั่งคดียาก
[ ผู้ดูแล : admin - 11/05/2008 - 18:29 ]  โดย จตุพร พ่วงทอง///"จะไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาแทรกแซงคดี การสั่งคดีทำสำนวนต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง ดีเอสไอเป็นหน่วยงานมีคนมาจากหลายหน่วย การช่วยเหลือใครคงทำลำบาก ยิ่งถูกมองว่ามาจากการเมืองจะถูกสังคมจับตาและตรวจสอบมากขึ้น"

|
หลังถูกมรสุมทางการเมืองในยุครัฐบาลเผด็จการทหาร "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" ถูกสั่งเด้งจากรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปนั่งตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กว่า 1 ปี
แต่เมื่ออำนาจรัฐเปลี่ยนมือ พ.ต.อ.ทวีก็ได้กลับมารับตำแหน่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้ง ในฐานะเบอร์ 1 ของดีเอสไอ ซึ่ง "มติชน" มีโอกาสสัมภาษณ์ถึงแนวนโยบายการทำงาน มีสาระสำคัญดังนี้
- วางนโยบายการทำงานอย่างไร
เริ่มแรกจะเร่งทำคดีที่มีรูปแบบเป็นเครือข่ายผู้มีอิทธิพล จะเน้นเรื่องหลักๆ อาทิ การทำผิดต่อการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือการฮั้วประมูล ที่ผ่านมาดีเอสไอได้รับการยอมรับว่ามีผู้เชี่ยวชาญที่ลงไปทำคดีนี้จำนวนมาก แต่ระยะหลังคดีลักษณะดังกล่าวเหมือนจะเงียบไป
จึงมีแนวความคิดว่าเมื่อมารับผิดชอบเรื่องฮั้วประมูลต้องมีมาตรการป้องกันและปราบการจัดซื้อจัดจ้างในการประมูลงานของรัฐ ซึ่งงบประมาณจัดซื้อของรัฐในปี 2550 และ 2551 มีวงเงินจำนวนมาก ที่ผ่านมาเรื่องฮั้วถูกมองว่าทำคดีไม่สุด เพราะบางครั้งสอบไปเจอเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกระทำผิด จากนั้นส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องก็หยุดแค่นั้น
ในอนาคตหากมีการประมูลของหน่วยงานรัฐ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมตรวจสอบกับผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ เพื่อตรวจดูว่าล็อคสเปคกหรือไม่ เพราะต้องการป้องกันไม่ได้เกิดผลเสีย ตอนนี้ดีเอสไอมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮั้วประมูลจำนวนมาก และจะสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านคดีที่ดิน และการบุกรุกพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้น และจะให้คนที่เชี่ยวชาญมาเป็นพนักงานสอบสวนร่วมกับพนังงานสอบสวนของดีเอสไอ
ขณะนี้กำลังจัดระบบการทำงานแบบบูรณาการ เช่น คดีบุกรุกพื้นที่ป่า จะประสานไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รวบรวมข้อมูล เบื้องต้นพบยอดการบุกรุกพื้นที่ป่าประมาณ 6 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม ได้ตรวจสอบโฉนดที่ดินพบว่าโฉนดถูกจำนองกับธนาคารและนำเงินออกมาจากระบบธนาคารไปแล้ว เมื่อดำเนินการตรวจสอบและยึดพื้นที่คืนรัฐ หนี้ที่เกิดกับธนาคารจะกลายเป็นหนี้เสีย ที่ผ่านมาดีเอสไอเคยทำคดีรุกป่ากะปงที่ จ.พังงา พบว่ามีการนำเงินออกจากธนาคารกว่า 10,000 ล้านบาท รวมทั้งบุกรุกเกาะยาว จ.พังงา จึงเป็นเรื่องเร่งทำ
นอกจากนี้ต้องสร้างคนเพื่อความชำนาญในแต่ละด้าน เช่น เรื่องแชร์ การฉ้อโกงรูปแบบต่างๆ ขณะนี้ดีเอสไอปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานค่อยข้างมาก เพราะต้องการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางคดีอย่างชัดเจน ไม่ใช่เกิดเหตุแล้วไม่สามารถทำอะไรได้ โดนโกงแล้วไม่ได้เงินคืน ซึ่งทางปฏิบัติเมื่อเกิดเรื่องต้องอายัดเงินไว้ก่อน
คดีทางเศรษฐกิจได้ประสานกับตลาดหลักทรัพย์ โดยหาทางดำเนินคดีกับพวกปั่นหุ้น จะส่งเจ้าหน้าที่ไปทำงานกับเจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยตรวจสอบบริษัทที่เบียดบัง ยักยอก หรือไซฟ่อนเงิน บริษัทในตลาดหลักทรัพย์มีกว่า 500 กว่าบริษัท ดีเอสไอจะตรวจสอบงบดุลที่เจ้าหน้าที่บัญชีรับรอง เพราะการยักยอกเงินจากบริษัทจะมีการตกแต่งบัญชี ดังนั้น คนที่เสียหายคือผู้ถือหุ้น ขณะนี้กำลังตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่ง กู้เงินจากธนาคารหลายแห่งมูลค่าเป็น 10,000 ล้านบาท แต่เป็นที่น่าสงสัยว่าธนาคารปล่อยกู้โดยไม่มีหลักประกันได้อย่างไร รวมทั้งผู้หลบเลี่ยงหนีภาษี และการค้ามนุษย์
- ผู้บุกรุกพื้นป่าส่วนใหญ่เป็นผู้มีอิทธิพล
-ถ้าพูดตามความจริงจากผลการวิจัยพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะออกเอกสารสิทธิ เดิมการบุกรุกพื้นที่ป่าต้องการแค่ไม้ แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่ ชาวบ้านบุกรุกป่าเพราะต้องการโฉนดแล้วเอาโฉนดไปขายให้นายทุน แต่ถ้าเป็นนายทุนต้องการที่ดินเพื่อทำโครงการแล้วนำโฉนดไปเข้าธนาคารเพื่อเอาเงินออกมา คดีลักษณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของดีเอสไอประมาณ 45 เรื่อง เพิกถอนและได้ที่ดินคืนมาเป็นของรัฐกว่า 10,000 ไร่ และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีอาญา
สุดท้ายต้องทำให้ที่ถูกบุกรุกกลับมาเป็นของรัฐ ไม่สนใจว่าใครจะบุกรุก เพราะทุกอย่างจะถูกฟ้องโดยภาพถ่ายว่ามีการบุกรุกเกิดขึ้นจริง ที่ผ่านมามีจุดอ่อนเรื่องการอ่านแผนที่ ดีเอสไอร่วมมือกับองค์กรอวกาศ ที่ใช้ดาวเทียมเพื่อการพิสูจน์ ดังนั้น ไม่ว่าจะซื้อมาอย่างไรก็ตามหากพบว่าเมื่อ 10 ปี เป็นป่าไม้ ต้องถูกเพิกถอนเป็นของรัฐ ส่วนผู้ครอบครองจะสอบสวนว่ามีเจตนาหรือเกี่ยวข้องกับการได้มาหรือไม่ บางอย่างต้องดำเนินคดีโดยอาศัยความร่วมมือจากธนาคารที่ปล่อยกู้ว่าให้กู้ได้อย่างไร โดยทำหนังสือไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยให้ตรวจสอบธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง
- เอาผิดเจ้าหน้าที่ธนาคารได้หรือไม่
-เจ้าหน้าที่ธนาคารหากทำผิดจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายธนาคารอยู่แล้ว และทุกวันนี้มีชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในปนะเทศไทยมาก โดยการครอบครองพื้นที่ผ่านชาวไทย ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะหลบเลี่ยงภาษี โดยพื้นที่ที่ชาวต่างชาตินิยมคือที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เมื่อครอบครองที่ดินได้แล้ว จะนำโฉนดที่ดินไปขายแล้วโอนเงินกลับประเทศ ดีเอสไอทำคดีลักษณะมาพอสมควร เช่น แก๊งแบนดีโดส แต่ยังไม่สรุปการสอบสวน และยังไม่ได้ฟ้องร้องบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย หากทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอนประทศไทยจะไม่สูญเสียภาษี
- ที่ผ่านมาภาพดีเอสไอถูกมองว่ามีความขัดแย้งภายใน
-แต่เดิมยอมรับว่ามีความขัดแย้งภายใน แต่มาวันนี้ได้วางระบบการบริหารบุคคล ต้องมีหลักความเป็นธรรม แต่ไม่ได้ยึดอาวุโสเพียงอย่างเดียว คนที่มีความรู้ความสามารถมีผลงานต้องได้รับการดูแล จะไม่แยกว่าคนนั้นเป็นตำรวจคนนี้อัยการ จะปรับให้ทุกคนที่มาจากหลายหน่วยมาร่วมกันทำงาน และคาดว่าความขัดแย้งจะลดน้อยลง ถ้าทำงานมีผลงานแล้วไม่มีความเจริญคงไม่มี เพราะจะพิจารณาจากผลงานเป็นหลัก
โดยจัดทีมทำงานตามที่ นายสุนัย มโนมัยอดุม อดีตอธิบดีดีเอสไอ วางระบบไว้ คงยังใช้อยู่ แต่จะให้สิทธิผู้บัญชาการสำนักงานคดี มีสิทธิเลือกคนทำงานตามความเชี่ยวชาญ เพื่อความก้าวหน้าทางคดี หากใครไม่มีผลงานจะไม่ได้รับการประเมิน จะดูผลงานเป็นหลัก
- จะแก้ปัญหาคดีที่ส่งถึงอัยการแล้ว แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องทั้งที่ร่วมสอบสวนด้วยอย่างไร
-อาจเป็นปัญหาในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้จะปรับให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยประสานไปยังอัยการให้มาร่วมสอบสวนด้วย น่าจะลดปัญหาได้ ขั้นต่อไปจะเชิญอัยการที่มีประสบการณ์มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน อย่างน้อยอัยการที่มาทำงานกับดีเอสไอก็เป็นครูบาอาจารย์ อัยการมาก่อน ความคิดเห็นน่าจะพอรับฟังได้
- วางมาตรฐานทำคดีไม่ให้ถูกครหาว่าถ้าซีกรัฐบาลทำผิดจะช้า แต่ถ้าฝ่ายค้านจะเร่งดำเนินการ
-บรรทัดฐานการสั่งสำนวนต้องอยู่บนข้อเท็จจริงของพยานหลักฐาน หลายคดีอาจถูกมองโยงการเมือง เพราะเบื้องหลังมีคนทางการเมืองเกี่ยวข้อง ทุกคน ทุกเรื่อง ทุกฝ่ายมาร้องดีเอสไอได้ แต่ดีเอสไอไปกลั่นแกล้งใครไม่มี หากนักการเมืองทำผิดก็ต้องโดน ส่วนเรื่องความล่าช้าของดคีกำลังวางระบบถ้าเรื่องไหนค้างนานเกินไป พนักงานสอบสวนต้องถูกตั้งกรรมการสอบ แล้วถามว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่บางคดีค้างนานเป็นปี เพราะความซับซ้อนทางคดีมีมากเช่น ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน การเสียภาษี ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน แต่ขอยืนยันว่าดีเอสไอจะทำทุกคดีแบบตรงไปตรงมาไม่เลือกปฏิบัติแน่นอน
- ถูกมองมาว่ามารับตำแหน่งเพราะฝ่ายการเมืองผลักดัน
-ผมคงห้ามให้คนคิดและมองไม่ได้ แต่พยายามไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงคดี การเมืองเข้ามาแจ้งความได้ แต่การสั่งคดี การทำสำนวนต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง ดีเอสไอเป็นหน่วยงานมีคนจากหลายหน่วย การช่วยเหลือใครคงทำได้ลำบากและยิ่งถูกมองว่ามาจากการเมืองก็จะถูกสังคมจับตาและถูกตรวจสอบมากขึ้น !!
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11019,หน้า12
|