| PHP infoBoard v.5 PERFECT |
| ||||||
ปลดแอก "นายใหญ่" ปากท้องรอก่อน
[ ผู้ดูแล : admin - 11/05/2008 - 01:10 ] ![]()
การเมืองยุคนี้ ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องหน้าตากันแล้ว เพราะรัฐบาลผสม 6 พรรค ภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กุมบังเหียน ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ต้นว่าเป็น รัฐบาลขี้เหร่ เพราะรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลชุดนี้ ขาดความเหมาะสมในเรื่องความรู้ความสามารถในการเข้ามาดำรงตำแหน่ง ถูกมองว่าเป็นเพียงรัฐมนตรีตัวแทน เป็นหุ่นเชิดของบรรดาหัวหน้ากลุ่มก๊วนการเมืองที่ติดล็อกบ้านเลขที่ 111 ล่าสุด สภาผู้แทนราษฎรก็มีดีกรีความขี้เหร่ ไม่แพ้กัน เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนมีมติ เอกฉันท์ส่งนายชัย ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้เข้ามารับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แทนนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพราะโดนคดีใบแดง ฐานทุจริตเลือกตั้ง แจกเงินให้กลุ่มกำนันอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ต้องไปขึ้นศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดนี้ จะขี้เหร่หรือไม่ขี้เหร่ ก็คงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญ ก็คือ รัฐบาลสามารถทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ ให้ประชาชนเกิดการยอมรับได้หรือไม่ มาถึงวันนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัครได้เข้ามาทำงานบริหารประเทศผ่านมาแล้ว 3 เดือนเต็ม ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ของโพลสำนักต่างๆในวาระที่รัฐบาลทำงานมาครบ 3 เดือน ชี้ชัดออกมาในแนวทางเดียวกัน รัฐบาล ผลงานสอบตก โดยเฉพาะผลสำรวจของกรุงเทพโพล เกี่ยวกับความพึงพอใจของประชาชนในตัวรัฐมนตรี ระบุชัด นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ที่มีเรตติ้งเป็นอันดับหนึ่ง ได้คะแนนเพียง 4.96 จากคะแนนเต็ม 10 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ได้คะแนนเป็น อันดับบ๊วย 3.39 ในขณะที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดอันดับรองบ๊วย ได้คะแนนแค่ 4.04 รัฐมนตรีสอบตกยกแผง จากผลสำรวจของโพลต่างๆที่ออกมา สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิชาการ นักธุรกิจ รวมทั้งเครือข่ายแพทย์อาวุโส ที่ออกมาส่งเสียงเตือน เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ พิษน้ำมันราคาพุ่งกระฉูด ข้าวยากหมากแพง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำว่า ในรอบ 3 เดือนที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ล้มเหลวในการทำงานแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ ขอบอกว่า การที่รัฐบาลสอบตกในเรื่องของการทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน สาเหตุหลักก็อย่างที่เห็นๆกันว่า รัฐบาลชุดนี้ตกอยู่ ในสภาพรัฐบาลร่างทรง ผู้นำรัฐบาลไม่ได้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างแท้จริง ในการบริหารจัดการทั้งในพรรคของตัวเองและในรัฐบาล รัฐมนตรีหลายคน หลายกระทรวง ก็เป็นเพียงรัฐมนตรีตัวแทนของแกนนำกลุ่มก๊วนการเมืองที่ติดโทษแบนเว้นวรรค 5 ปี ผู้นำรัฐบาล อำนาจสั่งการไม่เต็มไม้เต็มมือ การตัดสินใจในแต่ละเรื่องแต่ละปัญหาทำได้ไม่ เด็ดขาดเต็มที่ ในขณะที่รัฐมนตรีในโควตาพรรคพลังประชาชนส่วนใหญ่ ก็ฟังแต่เสียงหัวหน้ากลุ่มก๊วนของตัวเองที่อยู่นอก ครม. แถมยังเชื่อฟัง นายใหญ่ เจ้าของพรรคพลังประชาชนตัวจริง มากกว่าจะฟังเสียงของหัวหน้ารัฐบาล ส่วนรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรค ก็เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าพรรคต้นสังกัดเป็นหลัก ยุทธศาสตร์รวมของรัฐบาลในการแก้ปัญหาก็เลยไม่มี ต่างคนต่างลุยไปคนละทิศละทาง ในขณะที่ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ น้ำมันแพงกระฉูดต่อเนื่อง สินค้าอุปโภคบริโภคพาเหรดขึ้นราคา รายได้ต่ำ ค่า ครองชีพสูง กระทบปัญหาปากท้องของประชาชน เดือดร้อนไปทุก หย่อมหญ้า การแก้ปัญหาขั้นวิกฤติอย่างนี้ จำเป็นต้องระดมสมอง ระดมสรรพกำลังจากหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน ในลักษณะบูรณาการ เพื่อเร่งแก้ปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างเป็นระบบ แต่เมื่อไม่มียุทธศาสตร์ที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน การทำงานของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนที่ ผ่านมา จึงออกมาในลักษณะ ตัวใครตัวมัน กระทรวงใครกระทรวงมัน ใครเก่งก็ทำไป ใครไม่มีฝีมือก็นั่งนิ่งอยู่เฉยๆ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จึงไม่มีใครเข้ามารับผิดชอบแบบเต็มๆ พูดง่ายๆว่า หาเจ้าภาพไม่เจอ ผลที่ออกมา ก็คือ สอบตก ทำงานไม่เข้าตาประชาชน ขณะเดียวกัน บุคลิกท่าทีของผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรีบางราย รวมไปถึงลูกพรรคพลังประชาชนบางคน ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆไม่ลื่นไหล เพราะถนัดทำสงครามน้ำลาย ทำสงครามปาก เปิดศึกวิวาทะไปทั่วทิศ ปะฉะดะกับทุกฝ่ายที่ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์รัฐบาล โดยเฉพาะเบอร์หนึ่งของรัฐบาลอย่างนายสมัคร ใครแหลมเข้ามาไม่ได้ เป็นต้องสวนกลับแรงๆ ทันทีทันควัน ส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ขาดบรรยากาศถ้อยทีถ้อยอาศัย สร้างแต่บรรยากาศตั้งป้อมเผชิญหน้า ทำให้ขาดความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ในการทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เน้นเกมการเมืองเป็นเรื่องหลัก แก้ปัญหาให้ชาวบ้าน เป็นเรื่องรอง แต่สิ่งที่ดูจะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญจริงๆของรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการแก้ไขเกี่ยวกับโทษยุบพรรค และการตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค ในกรณีที่รู้เห็นหรือไม่ยับยั้งการทุจริตเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี เพื่อปลดล็อกคดียุบพรรค และการแก้ไขในประเด็นที่จะโยงไปถึงการปลดล็อกบ้านเลขที่ 111 ปลดล็อกคดี คตส. และปลดล็อกการอายัดทรัพย์ 6 หมื่นล้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาลโดยพรรคพลังประชาชนจุดประเด็น แก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น แม้มาถึงวันนี้ได้เปลี่ยนแนวโดยชูการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ โดยคัดลอกรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ แต่โดยชั้นเชิงแล้วก็เป็นที่รู้กันว่า เป็นเพียงการเบี่ยงหลบกระแสคัดค้าน ลดแรงต่อต้านจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์เฉพาะ ตัวเฉพาะกลุ่ม ล่าสุด ในการหารือระหว่างหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้แจ้งต่อนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ว่า ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลไม่เกี่ยว โยนให้ ส.ส.ในสภาฯไปว่ากันเอง แต่อย่างไรก็ตาม ก็รู้ๆกันอยู่ เสียงข้างมากในสภา ก็คือเสียงของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ยิ่งได้เห็นอาการร้อนรนเลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้เร็วขึ้น เพื่อเลือกนายชัย ชิดชอบ ส.ส.พรรคพลังประชาชน เป็นประธานสภาฯและประธานรัฐสภา เตรียมคุมเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยิ่งชัดเจนว่า 3 เดือนที่ผ่านมา กับ 3 เดือนข้างหน้า ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน ยังไม่เปลี่ยนแปลง เป้าหมายหลักยังอยู่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดแอกให้ ทักษิณ นายใหญ่ค่ายพลังประชาชน แน่นอน ในการเป็นรัฐบาลถ้าต้องสู้กับฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสียงฝ่ายค้านไม่มีทางโค่นล้มรัฐบาลได้ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ในการแก้รัฐธรรมนูญ มากกว่ายุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน แต่อย่าลืมว่า ถ้ารัฐบาลปล่อยให้ความเดือดร้อน ของประชาชนลุกลามขยายวงกว้างไปทั่วทุกหัวระแหง ปัญหาปากท้องวิกฤติหนักจนถึงจุดที่สังคมทนไม่ไหว รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน. "ทีมการเมือง"
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ | ||||||
|
|
ผู้โพส : admin สถานะ : ผู้ดูแล
|
11/05/2008 - 01:10
|
||||
| หัวข้อ : 0113-1 | เลขหน้า : 1 ถึง 1 |
![]() |
เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : ปลดแอก "นายใหญ่" ปากท้องรอก่อน | หัวข้อรวม |