"พลังประชาชน"เข้าเกียร์ถอย พลิกเกมแก้ รธน. ยอม"งอ"-ไม่ยอม"หัก"
[ ผู้ดูแล : admin - 11/05/2008 - 01:42 ] 

|
ไม่ว่าผลการหารือของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2551 หรือไม่ และเพียงใด
หากแต่ภายหลังการหารือ ดูเหมือนว่าเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังเปลี่ยนไป
เปลี่ยนไปในแนวทาง "ประนีประนอม" มากกว่า "แตกหัก"
เปลี่ยนตามแนวทาง "ชนะ-ชนะ" อันเป็นหนทางถนัดของพรรคไทยรักไทยเดิม
ทั้งนี้ สังเกตได้จากกรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างรัฐบาล ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร กับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
รัฐบาลมีหน้าที่แก้ไขปัญหาของประชาชน ส่วนรัฐสภามีหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เป็นการดับกระแสเปรียบเทียบความเร่งด่วนระหว่างการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เป็นการประกาศว่า การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน
ขณะเดียวกันก็ปรากฏความเคลื่อนไหวของนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ประธานคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คปพร.) และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปก.ที่เป็นตัวแทนประชาชนยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ร่วมกันร่างขึ้นโดย คปพร. และประชาชนทั่วประเทศ พร้อมรายชื่อ 150,000 รายชื่อ ต่อประธานรัฐสภา
ตรงตามบทบัญญัติกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 50,000 คนเข้าชื่อกันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ความเคลื่อนไหวเช่นนี้ทำให้แลเห็นได้ว่า ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ประชาชนส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็ 150,000 คนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน
รุ่งขึ้น นายสามารถ แก้วมีชัย กรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่สามารถกำหนดขั้นตอนและวันเวลาได้ เพราะคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คปพร.) เพิ่งมายื่นรายชื่อประชาชนกว่า 150,000 รายชื่อ พร้อมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรายชื่อประชาชนนาน
ทำให้มั่นใจว่า การยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ทันสมัยประชุมนี้ ทั้งนี้เพราะการเสนอญัตติของ ส.ส.ต้องยับยั้งไป เนื่องจากประชาชนได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว
ถือเป็นการปลดชนวนเรื่องการกำหนดเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคพลังประชาชนเคยตั้งเป้าหมายเอาไว้
และดูเหมือนว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีความพึงพอใจใช่น้อย
"ฟังดูเหมือนจะไม่มีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในสมัยประชุมนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะคลี่คลายบรรยากาศของบ้านเมืองลงไปได้"
และ
"ผมคิดว่าท่าทีของรัฐบาลที่ออกมาในขณะนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันที่สังคมสะท้อนไปมีผล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลมีการรับฟัง"
และ
"ผมพูดมาตลอดว่า เรื่องนี้ (หมายถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ) ควรเป็นเรื่องของสภา ถ้าท่านพูดว่าเป็นเรื่องของสภาจริง ก็ควรเปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้"
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่ปรากฏ ไม่ได้ทำให้พรรคพลังประชาชนเสียหาย
ทั้งนี้ เพราะพรรคพลังประชาชนได้เลือกนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แทนนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ลาออกไป
นายชัย ชิดชอบ เป็นบิดาของนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งมีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
และอย่าลืมว่า ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ ตำแหน่งประธานรัฐสภา ซึ่งมีหน้าที่คุมเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะมีประชาชนจำนวน 150,000 รายชื่อ เป็นผู้เสนอให้แก้ไข
หากแต่เนื้อแท้ของร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอแก้ไข ยังมีแกนนำอย่างนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ซึ่งเคยประกาศว่า "เป็นลิ่วล้อทักษิณ ดีกว่าเป็นสมุนเผด็จการ"
ดังนั้น แม้ดูเหมือนว่า รัฐบาลและพรรคพลังประชาชนจะเข้าเกียร์ถอย แต่จริงๆ แล้วเป็นการพลิกเกม
จากยอม "หัก" ไม่ยอม "งอ" เปลี่ยนเป็นยอม "งอ" ไม่ยอม "หัก"
เพราะในที่สุด พรรคพลังประชาชนก็ไม่ปล่อยให้ใครมาคุมเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญแทนตัวเองอย่างเด็ดขาด
หน้า 3
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน
|